เวย์น รูนี่ย์ หัวหอกจอมบู๊ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชี้อีกหนึ่งเหตุผลหลัก นอกเหนือจากการมาของ ฟาบิโอ คาเปลโล่ ที่ทำให้ อังกฤษ โชว์ฟอร์มไฉไล ชนะเกมฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 7 นัดรวด คือการเอาความผิดหวังจากการอดเล่น ยูโร 2008 มาเป็นแรงกระตุ้นพิเศษ เวย์น รูนี่ย์ กองหน้า "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่พรีเมียร์ลีก เผยว่า ความผิดหวังจากการที่ทีมชาติอังกฤษ อดไปเล่นฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป "ยูโร 2008" เมื่อซัมเมอร์ก่อน เป็นแรงผลักดันให้พลพรรคนักเตะ "สิงโตคำราม" ลงสนามทำศึกฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจมากเป็นพิเศษ จนตอนนี้ชนะมา 7 นัดรวด หลังล่าสุดถล่ม อันดอร์ร่า สบายเกือก 6-0 วันพุธที่ผ่านมา ด้วยวัย 23 ปี รูนี่ย์ เดินหน้าสู่การลุ้นทำลายสถิติพังประตูสูงสุดในนามทีมชาติของ เซอร์ บ๊อบบี้ ชาร์ลตัน ที่ทำไว้ 49 ลูก "ถ้าหากทำได้คงเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ แต่ผมพูดเสมอว่า ผมไม่เคยเน้นเกมการเล่นตัวเองเพียงแค่พยายามยิงประตูอย่างเดียว เพราะว่ามันยังมีเรื่องการครองบอล และการมีส่วนร่วมกับทีม และผมหวังว่าตัวเองกำลังเล่นได้แบบนั้นอยู่" ขอขอบคุณ Siamsport |
วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2552
รูนชี้สิงโตดุเพราะฮึดจากอดเล่นยูโร
ป้ายกำกับ:
กีฬา,
ฟุตบอล,
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด,
เวย์น รูนี่ย
วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2552
เรือใบเสียว!!โรบินโญ่อยากเล่นบาร์ซ่า
โรบินโญ่ดาวยิงตัวเก่งของ"เรือใบสีฟ้า"แมนเชสเตอร์ซิตี้หลุดปากยอมรับอยากย้ายไปเล่นให้"เจ้าบุญทุ่ม"บาร์เซโลน่าเพราะ
เป็นทีมที่เน้นเกมบุกเหมาะกับสไตล์ของเขา พร้อมโต้สื่อยังมีความสุขในถิ่นซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร
โรบินโญ่ กองหน้าทีมชาติบราซิลของ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรมหาเศรษฐีแห่งศึกพรีเมียร์ลีก ออกมาเผยว่าทุกวันนี้มีแต่เรื่องข่าวลือว่าเขาจะย้ายออกจากถิ่น ซิตี้ออฟแมนเชสเตอร์ยืนยันไม่เคยได้รับข้อเสนอจากทีมอื่นแต่ไม่ปฏิเสธว่าสนใจอยากเล่นให้บาร์เซโลน่ายอดทีมแดนกระทิงดุเพราะชื่นชอบสไตล์การเล่นแบบเดินหน้าฆ่า
ลูกเดียว
"สปอร์ต" สื่อดังเมืองกระทิงดุ ตีข่าวว่า "บินโญ่" ไม่มีความสุขกับ แมนฯ ซิตี้ และเตรียมที่จะเก็บข้าวของออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยมีเป้าหมายที่จะย้ายไปเล่นให้ "เจ้าบุญทุ่ม" สำหรับเรื่องนี้มีการกล่าวอ้างว่า นักเตะบ่นกับทาง มาร์เซโร่ เตเซร่า ประธานสโมสรซานโต๊ส ซึ่งเป็นอดีตต้นสังกัดแรกที่เขาก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะอาชีพ ว่าไม่อยากเล่นให้ "เรือใบสีฟ้า" อีกต่อไป
ให้พวกเขา" นอกจากนี้ โรบินโญ่ ยังคงยืนยันคำเดิมว่าตัดสินใจถูกแล้วที่ย้ายออกมาจากถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว เนื่องจากไม่มีแรงกระตุ้นที่จะเล่นให้กับ เรอัล อีกต่อไป "ผมย้ายทีมเพราะผมไม่มีความสุข ผมไม่เสียใจกับการตัดสินใจในครั้งนั้น และผมก็รู้สึกมีความสุขที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้"
ขณะเดียวกัน ดาวเตะวัย 25 ปี ยังได้กล่าวอวยพร ริคาร์โด้ กาก้า เพลย์เมกเกอร์เพื่อนร่วมชาติ ที่เพิ่งตัดสินใจย้ายไปค้าแข้งกับ "ราชันชุดขาว" เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา "ผมขออวยพรให้เขาโชคดีที่ มาดริด และผมก็หวังว่าเขาจะกลายเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกอีกครั้ง"
เป็นทีมที่เน้นเกมบุกเหมาะกับสไตล์ของเขา พร้อมโต้สื่อยังมีความสุขในถิ่นซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร
ลูกเดียว
อดีตหัวหอก เรอัล มาดริด ได้ออกมาปฎิเสธเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่ยอมรับ บาร์ซ่า เป็นทีมที่น่าสนใจ และนักเตะทุกคนก็อยากย้ายไปเล่นในถิ่นคัมป์ นู "จนถึงทุกวันนี้มีแต่การคาดเดาเท่านั้นไม่มีอะไรจริงจังและผมก็ไม่เคยได้รับข้อเสนออะไรทั้งนั้นเรื่องเดียวที่ผมพูดได้ก็คือบาร์เซโลน่าเป็นทีมชั้นยอดและทุกคนก็อยากเล่น
ให้พวกเขา"
ขณะเดียวกัน ดาวเตะวัย 25 ปี ยังได้กล่าวอวยพร ริคาร์โด้ กาก้า เพลย์เมกเกอร์เพื่อนร่วมชาติ ที่เพิ่งตัดสินใจย้ายไปค้าแข้งกับ "ราชันชุดขาว" เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา "ผมขออวยพรให้เขาโชคดีที่ มาดริด และผมก็หวังว่าเขาจะกลายเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกอีกครั้ง"
ขอขอบคุณที่มาของเนื้อหา สยามกีฬา
บริการด้านกีฬา... คลิกที่นี่
วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2552
พา “สมอง” เข้าโรงยิมกันเถอะ
| หากจะเปรียบว่าสมองเหมือนเครื่องจักรเครื่องกลชิ้นสำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งที่ทำ ให้ชีวิตของมนุษย์ขับเคลื่อนไปได้คงจะไม่ผิดเพราะสมองเป็นตัวควบคุมพฤติกรรมตลอดจน สร้างความสามารถในการเรียนรู้และการรับรู้สิ่งต่าง ๆ ให้กับมนุษย์ ดังนั้นสมองจึงเป็นอวัยวะ สำคัญที่เราทุกคนต้องใส่ใจดูแลให้แข็งแรงอยู่เสมอ การออกกำลังสมอง หรือ Brain Gym(คิดค้นโดย ดร.พอล เดนนิสัน) เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ช่วยให้สมองทั้งซีกซ้ายและซีกขวาทำงานประสานกันได้ดี กิจกรรม Brain Gym นี้เป็นการบริหารสมองโดยการเคลื่อนไหวร่างกาย ซึ่งโดยหลักก็คือเมื่อร่างกาย ของเรามีการเคลื่อนไหว กล้ามเนื้อจะยืดหยุ่นเกิดความคล่องตัว จังหวะการเต้นของหัวใจ จะเร็วขึ้น ระบบการไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ออกซิเจนเข้าสู่สมองได้มากขึ้น เกิดความรู้สึก ผ่อนคลายและรู้สึกมีความสุข ซึ่งจะส่งผลให้สมองทำงานได้ดียิ่งขึ้น พร้อมเปิดรับการเรียนรู้ ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี และไม่ว่าเราจะเป็นคนเพศใดวัยใดก็สามารถทำกิจกรรม Brain Gym นี้ได้เช่นเดียวกัน การออกกำลังสมอง (Brain Gym) มีอยู่ 3 ประเภท ซึ่งยกตัวอย่างได้ดังนี้ 1. การเคลื่อนไหวแบบสลับข้าง เป็นการเคลื่อนไหวที่ช่วยให้การทำงานของ สมองทั้ง 2 ซีกประสานสัมพันธ์กันอย่างสมดุล ท่า Free Flow - ใช้มือซ้ายและมือขวา ทำรูปเลียนแบบกัน ไขว้กันตรงกลาง 2.การเคลื่อนไหวแบบยืดส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เป็นการเคลื่อนไหวที่ช่วยทำให้เกิดสมาธ ิ อีกทั้งช่วยผ่อนคลายความเครียด ช่วยให้เกิดการสมดุลระหว่างจิตใจและร่างกาย ท่า The Owl - มือขวาจับไหล่ซ้าย แล้วเอียงหน้าไปในทางตรงข้าม หายใจเข้าช้าๆพร้อมทั้งดึง หัวไหล่เข้าหาตัวและหายใจออกยาวๆ หลังจากนั้นเปลี่ยนมาเป็นมือซ้ายจับไหล่ขวาทำแบบเดียวกัน 3.การเคลื่อนไหวเพื่อกระตุ้นและเพิ่มพลังสมอง เป็นการเคลื่อนไหวที่ช่วยกระตุ้นระบบประสาทและเพิ่มพลังสมองในการสร้างแรงจูงใจที่ดีและการมี ความคิดในทางบวก ซึ่งก่อให้เกิดการเรียนรู้ที่รวดเร็วขึ้น ท่า Brain Buttons - ใช้นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือ วางที่บริเวณกระดูกคอ แล้วถูเบาๆ ส่วนอีก มือหนึ่งวางไว้ที่สะดือ กวาดสายตาจากพื้นขึ้นบนเพดาน และจากด้านซ้ายไปด้านขวา โดยสรุปแล้วการออกกำลังสมองมีประโยชน์อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของ ร่างกายและจิตใจ ช่วยให้เกิดสมาธิ และความรู้สึกสงบ ช่วยเพิ่มออกซิเจนให้สมองซึ่งทำให้สมองแข็งแรง ช่วยให้สมองทำงานประสานสัมพันธ์กันอย่างสมดุลระหว่างสมองซีกซ้ายและซีกขวา และช่วยให้อารมณ์ดี มีสมองแจ่มใส สามารถเปิดรับการเรียนรู้ใหม่ๆ อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รู้อย่างนี้แล้วจะรอช้าทำไม พา “สมอง” เข้าโรงยิมกันเถอะ ขอบคุณข้อมูลจาก ผู้จัดการออนไลน์ ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง เทรนด์การออกกำลังกาย : http://brightlives.th.88db.com/sport/sport_trend.htm 10 เหตุผลที่เราควรออกกำลังกาย : http://brightlives.th.88db.com/sport/sport_10reason.htm การเลือกวิธีออกกำลังกาย : http://brightlives.th.88db.com/sport/sport_choose.htm
|
วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2552
โปรแกรมการวิ่งสำหรับผู้เริ่มต้น
| สำหรับโปรแกรมการวิ่งสำหรับผู้เริ่มต้นก่อน ก่อนอื่นเรามาให้คำนิยามสำหรับนักวิ่งมือใหม่ก่อน โดยหมายถึงคนที่สามารถ เดินเร็ว ได้อย่างน้อย 20 นาที แต่ยังไม่สามารถวิ่งได้อย่างสบาย เป็นระยะทาง 1 ไมล์หรือ 1.6 กิโลเมตร นั้นหมายความว่าหากคุณไม่สามารถเดินเร็วได้ในเวลา 20 นาทีอย่างต่อเนื่อง ก็อย่าพึ่งมาเริ่มต้นวิ่ง ให้เดินๆ ต่อไปก่อน เพื่อเสริมสร้างความฟิตของตนเอง อย่าใจร้อน |
(1) อย่าวิ่งทุกวัน อย่างน้อยควรมีเวลาพักผ่อน 1-2 วัน (2) อย่าวิ่งเร็วไป อย่าไปใช่คำว่า "หากไม่รู้จักเจ็บปวด ก็ไม่รู้ถึงความสุขใจ" ไม่ช่าย ต้องเป็น "หากไม่รู้จักเจ็บปวด ก็ไม่มีวันก้าวหน้า" หรือที่ฝรั่งเรียกว่า "no pain no gain" ให้วิ่งแบบพอที่จะพูดคุยได้ ไม่ใช่เหนื่อยจนหอบ หรือดูที่ ระดับการเต้นของหัวใจควรต่ำกว่า 70% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุดของคุณ ( 220 - อายุของคุณ) (3) อย่าวิ่งไกลไป เราใช้เกณฑ์ของเวลามากกว่าระยะทาง สำหรับนักวิ่งหน้าใหม่ เป้าหมายเราคือต้องวิ่งให้ได้ 20 นาทีโดยไม่หยุดให้ได้ก่อน |
| เริ่มต้นที่การเดิน หากคุณเป็นหน้าใหม่ในวงการ อย่างเริ่มที่วิ่งทันที ให้เดินก่อน โดยให้เริ่มเดินแบบสบายๆประมาณ 20-30 นาที แล้วค่อยๆเพิ่มความเร็วขึ้น หากคุณเหนื่อย ค่อยๆผ่อนความเร็ว แต่อย่าหยุด เชื่อไหมว่ามันสามารถทำให้คุณเหนื่อยได้เลยละ หากคุณเดินได้ 20-30 นาทีแล้ว ค่อยๆ แทรกการวิ่งควบไปกับการเดินเร็วของคุณ แล้วเริ่มต้นสำหรับโปรแกรมวิ่งของเราเลย |
แบบที่ 1 เรียกว่า The 20-minute Run-Easy Program - โปรแกรมนี้เริ่มที่ การเดินก่อนสัก 5-10 นาที เพื่อเป็นการอุ่นเครื่อง หรือ warm-up ให้เริ่มวิ่งแบบสบายๆ ไม่เร่งร้อน จนกระทั่งคุณเริ่มมีหายหายใจที่สั้นลง สามารถพูดได้เต็มประโยค หรือเริ่มปวดขา ให้คุณค่อยๆกลับมาเดินเร็ว และเมื่อรู้สึกพอจะวิ่งได้อีก ก็ค่อยวิ่งแบบสบายๆ ต่อไป ทั้งนี้ให้ได้ 20 นาที พยายามวิ่งให้ได้ 3-5 วันต่อสัปดาห์ ช่วงนี้อาจจะเดินประมาณ 1-5 นาทีสลับด้วยการวิ่ง พอไม่ไหวแล้วค่อยเดิน แบบที่ 2 เรียกว่า The 1.5 miles Run-Easy Program - แทนที่จะใช้เวลา 20 นาทีเป็นตัววัด ก็ใช้ระยะทางวัด อ้อ 1.5 ไมล์นี้จะประมาณ 2.4 กิโลเมตรนะครับ มันเหมือนแบบที่ 1 โดยให้เริ่มที่การเดินเร็วสลับการวิ่งให้ได้ระยะทาง 2.4 กิโลเมตร แน่นอนว่า ให้เดินเร็ว แล้วค่อยๆมาวิ่ง หากเหนื่อยก็เปลี่ยนกลับมาเดินเร็วจนครบระยะทางที่กำหนด แบบที่ 1 และ 2 การวัดความก้าวหน้าคืออัตราการเดิน และการวิ่งเช่นเดียวกัน สำหรับคนที่ที่ชอบแบบมีตาราง การฝึกมาให้ เพื่อเป็นการเคร่งครัดต่อตนเองได้ดีกว่าแบบ 1 และ 2 มาดูแบบที่ 3 แบบที่ 3 เรียก Ten-Week Beginner Runner's Program
อย่าลืมการ warm-up ด้วยการเดินเร็ว 5-10 นาที และการ cool-down 5-10 นาที ด้วยการเดินช้าๆ ทุกครั้ง ที่ออกกำลังกาย |
สำหรับใครที่ไม่สามารถทำได้ตามโปรแกรม อาจจะเพราะความฟิตของคุณไม่เพียงพอ ก็อย่าร้อนใจค่อยๆ ทำไป โดยไม่ต้อง พะวง กับข้อจำกัด ในเรื่องของสัปดาห์มากนัก หากคุณทำไม่ได้จริงๆ
จากแบบการฝึกทั้ง3แบบเลือกเอาตามที่คุณคิดว่าเหมาะสมกับคุณที่สุดแค่นี้คุณก็เริ่มต้นที่จะมีสุขภาพดีกับ
การวิ่งได้แล้ว
ที่มา สยามฟิตเนส
วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2552
มาเดินออกกำลังกายกันเถอะ
คุณจะมีอายุที่ยืนยาวขึ้น จากการศึกษาเป็นเวลายาวนานกว่า 12 ปี พบว่าคนที่เดิน ออกกำลังมากกว่า 2 ไมล์ ต่อวัน (1ไมล์=1.6 กม.) มีอายุยืนยาวกว่า คนที่เดินในระยะทางน้อยกว่า 1 ไมล์ คุณจะมีรูปร่างดีขึ้น การเดินออกกำลังอย่างน้อยอาทิตย์ละ 4 ชั่วโมง ช่วยให้ไขมันส่วนเกิน รอบเอวลดลง 16 % นี่ไม่ได้ยกเมฆนะคะ แต่ได้มีการวิจัยแล้วจากผู้หญิงกว่า 44,000 คนในประเทศหรัฐอเมริกา โดยศึกษาต่อเนื่องกันมาถึง 10 ปี ฟังดูน่าเชื่อถือขึ้นไหม? การเดินช่วยให้กระดูกแข็งแรง ปกติแล้วผู้หญิงเรามักมีปัญหา เกี่ยวกับกระดูก เมื่อวัยย่างเข้าเลข 5 แต่การเดินเพียงวันละ 30 นาที จะช่วยให้กระดูก แข็งแรงขึ้น และลดความเสี่ยง รวมทั้งผลกระทบ อันเกิดจากโรคกระดูกพรุนได้ด้วย สายตาดีขึ้น การเดินเกี่ยวอะไรกับสายตา? เกี่ยวสิ เพราะสาเหตุหนึ่ง ของการเกิดต้อหินในดวงตา ซึ่งทำให้ผู้หญิงจำนวนมาก ในสหรัฐอเมริกาสายตาพร่ามัว หรือตาบอด คือความดันที่เพิ่มขึ้นในดวงตา และการเดินครั้งละ 40 นาที อาทิตย์ละ 3 ครั้ง ช่วยลดความดันลงได้ถึง 20% ทีเดียว มาเริ่มเดินกันเถอะ อ่านสรรพคุณอันพึงได้จากการเดินกันแล้ว ก็ถึงเวลามาเริ่มต้นกันเสียที วิธีการนั้นไม่ยาก แค่เริ่มเดินเสียแต่วันนี้ อย่าอิดออดรอเวลา รอฟ้ารอฝน อาจจะเริ่มจากระยะทาง หรือเวลาสั้นๆ แค่ 5-10 นาที พอแค่มีเหงื่อ แล้วค่อยๆ เพิ่มเวลาขึ้นไปเรื่อย เป็นวันละสักครึ่งชั่วโมง ทำสักอาทิตย์ละ 3-4 วัน หรือถ้าใครไม่ค่อยมีเวลา ลองใช้วิธีนี้ ลองนึกดูสิว่า ในแต่ละวัน มีีกิจกรรมอะไรบ้าง ที่คุณสามารถเปลี่ยน มาใช้การเดิน แทนได้ เช่น ปกติเคยนั่งรถมอเตอร์ไซค์เข้า หรือออกจากซอย ก็ลองเปลี่ยนมาเป็นการเดินแทน (วิธีนี้แนะนำเฉพาะ คนที่ซอยบ้าน ไม่เปลี่ยว นอกนั้นไม่ขอรับรอง) หรือถ้าใครทำงานบนตึกชั้นที่ไม่สูงมาก สักชั้น 2-3 ก็ลองเลือกเดิน ขึ้นบันไดดูสักตั้ง แทนที่จะใช้ลิฟท์ และในระหว่างทำงาน ก็หมั่นลุกขึ้น เดินเหินเสียบ้าง อย่าเอาแต่ใช้คนอื่น ให้ทำอะไรต่ออะไรให้ (แม้ว่าคุณ จะเป็นเจ้านายเขาก็ตาม ) เพียงแค่นี้ การเดินออกกำลัง ก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไปแล้วละ |
วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2552
ออกกำลังกายให้ปลอดภัยจากการบาดเจ็บ
สิ่งที่คนคิดออกกำลังกายจะกลัวมากที่สุด คืออาการบาดเจ็บ จนเป็นข้ออ้างที่ดีของคนที่ไม่ชอบ ออกกำลังกาย แต่คุณเอ๊ย อย่างนี้ไม่ต้องทำอะไร อยู่เฉยๆ แล้วกัน มันเหมือนคุณจะจีบผู้หญิงแล้ว กลัวว่าจะอกหัก เลยไม่ยอมจีบ อย่างนี้คงต้องเป็นโสด ตลอดกาลนานเทอญ สาธุ 55
ที่จริงการที่เราจะป้องกันอาการบาดเจ็บ จากการอกหัก เอ๊ย ไปกันใหญ่ เรื่องของการออกกำลังกาย ก็ไม่ใช่เรื่องยาก อย่างผู้เขียนเอง วิ่งมาเป็นปี ยังไม่มีวันไหนเลยที่เจ็บจนออกกำลังกายไม่ได้
อย่างง่ายๆ ที่ทำให้บาดเจ็บเรื่อยคือ ฝึกมากไป ไม่ใช่ว่า เราไม่เคย ออกกำลังกายเลย วันแรกมาวิ่งที่ สนามในหมู่บ้าน เห็นสาวๆ วิ่งอยู่ ด้วยความอยากอวดสาวว่า เราฟิตก็เอาใหญ่เชียว วิ่งล่อเป็นชั่วโมง รับรองครับ สาวๆ จะชอบคุณมาก ว่าไอ้นี้มันบ้าจี้เหลือเกิน ต้องไปนอนเจ็บ อยู่ที่บ้านหลายวัน (เอ๊ะ เหมือนเขียนจาก ประสบการณ์จริงนะนี้นะ)
ไอ้การที่เริ่มอะไร มันก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป เวลาวิ่งก็เริ่มจาก ระยะทาง ที่พอให้กล้ามเนื้อมันพอตึงก่อน แล้วค่อยเพิ่ม ในวันต่อๆ ไป โถคุณ อย่างที่เขาว่า กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว แต่ถูกทำลาย วันเดียวละพอได้
อ้อ อีกอย่างถ้าเราบาดเจ็บจากการวิ่ง ไม่ใช่เลิกออกกำลังกายเลย ก็อาจหันมาปั่นจักรยานแทน ซึ่งปกติจะกระแทก น้อยกว่า หรือ ถ้าชอบว่ายน้ำ ก็ไปว่ายเถอะ แต่แปลก ผมเคยเจ็บจนปั่นจักรยานไม่ได้ แต่กลับวิ่งได้ปร๋อ ไม่รู้เพราะอะไร อาจจะเป็นเพราะ มันกล้ามเนื้อคนละส่วนกันก็ได้
อีกอย่างที่ช่วยลดการบาดเจ็บได้ ก็คือ การอุ่นเครื่อง และผ่อนเครื่อง คุณว่าไหม แม้แต่รถ เรายังต้อง อุ่นเครื่อง ก่อนเลย คนเรามันก็เหมือนกัน ไม่ใช่ไปถึงสนามวิ่ง เจอสาวรีบวิ่งตามเชียว หักห้ามใจซัก 5-10 นาที ยืดแข้ง ยืดขาก่อน ใช้ท่าสมัยออกกายบริหาร ตอนยืนหน้าเสาธงตอนเรียน ประถมก็ได้ แต่ไม่ต้องร้องเพลงประกอบนะ ขำตาย แล้วก็ค่อยวิ่งตามสาว ที่หมายปองต่อไป 55
เท่านี้ก็ลดบาดเจ็บไปได้พะเรอเกวียนแล้ว เชื่อสิ
วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
เลือกฟิตเนสอย่างไรให้คุ้ม
ยอมรับจริงๆว่าตอนนี้กระแสสุขภาพมาแรงมากจนทำให้บรรดาfitnesscenterมากันพาเหรดมาเปิด
กันราวกับดอกเห็ดผมเองขอยกธงเชียร์ให้คุณๆที่พอจะมีกำลังเงินสมัครเป็นสมาชิกดีกว่าเอาเงินพวกนี้ไป
ให้พวกสถาบันลดน้ำหนักหลอกเอาครับแต่การเป็นสมาชิกfitness ก็มีราคาที่สูงพอสมควรเรามาลองพิจารณา
ดูสิว่าหากจะเลือกเป็นสมาชิกสักแห่ง น่าจะมีปัจจัยอะไรให้พิจารณาได้บ้าง
กันราวกับดอกเห็ดผมเองขอยกธงเชียร์ให้คุณๆที่พอจะมีกำลังเงินสมัครเป็นสมาชิกดีกว่าเอาเงินพวกนี้ไป
ให้พวกสถาบันลดน้ำหนักหลอกเอาครับแต่การเป็นสมาชิกfitness ก็มีราคาที่สูงพอสมควรเรามาลองพิจารณา
ดูสิว่าหากจะเลือกเป็นสมาชิกสักแห่ง น่าจะมีปัจจัยอะไรให้พิจารณาได้บ้าง
(1) มาก่อนอันดับแรก ผมยกให้ความสะดวกในการเดินทางครับ บางคนดั้นด้นไปสมัคร fitness center ที่โด่งดังมีชื่อเสียง (2) ก่อนที่จะสมัคร fitness center ควรจะไปสำรวจตรวจตราให้ดีก่อนว่า มีอุปกรณ์ครบหรือไม่ เก่าไปไหม สะอาดสะอ้าน หรือเปล่า นอกจากนี้ควรดูว่า มีโปรแกรมการออกกำลังกาย ที่เราชอบไหม เช่นบางแห่งอาจจะมีชั้นเรียนโยคะ บางแห่งก็ไม่มี นอกจากนี้ก็ควรดูไปถึง ห้องน้ำ ห้องท่า มีห้องซาวน่า หรือ ห้องไอน้ำไหม ผ้าเช็ดตัวเราต้องเอามาเอง หรือที่นั้นมีไว้ให้ และที่มีให้สะอาดหรือเปล่า ส่วนล็อกเกอร์ใส่ของก็สำคัญ ดูว่ามั่นคงหรือเปล่า งัดแงะง่ายไหม อย่างนี้ต้องดูให้ละเอียดหน่อย ข้าวของหายจะมาเสียใจทีหลัง โดยส่วนใหญ่ fitness center ใหญ่ๆมักจะเปิดโอกาสให้เราได้ไปลองเล่นดูก่อน หรือหากไม่เปิด ให้ลอง เราลองเล่นแบบ จ่ายรายวันดูก่อนว่า เราชอบหรือเปล่า อย่าผลีผลามสมัคร (3) เลือกระยะเวลาการเป็นสมาชิกให้เหมาะสม – fitness center เขาก็มีระยะเวลา การเป็นสมาชิกหลายแบบ ที่นิยมกันคือ เป็นรายวัน รายเดือน รายสามเดือน รายหกเดือน และรายปี ผมอยากแนะนำคุณเลือกแบบรายเดือน หรือรายสามเดือนจะดีกว่า แม้โดยเฉลี่ย จะแพงกว่ารายปีก็ตาม เหตุผลก็คือ ความไม่แน่นอน เกิดช่วงนี้ฟิตๆ ก็เล่นทุกวัน แต่พอเล่นไปเรื่อยๆ อาจจะเบื่อ แล้วหันไปหา fitness center อื่นๆ หรือ ไปซื้อเครื่องออกกำลังกายมาตั้งที่บ้านแทน ทำให้ชีวิตเรา ยืดหยุ่นมากขึ้น และไม่ต้องทิ้งเงินก้อนโตไปฟรีๆ (5)อาจหงุดหงิดที่ไปแล้วเครื่องเล่นไม่เหลือให้เล่นลองมองหาfitnesscenterขนาดเล็กที่มีคุณภาพอาจจะไม่ชื่อ เสียงเท่าไรแต่หากไปแล้วได้เล่นตลอด มันก็จะได้ไม่อารมณ์เสีย จริงไหมมีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำ – นี้ก็ยิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่ออกกำลังกายใหม่ๆ จากประสบการณ์ของผมเอง เคยไป fitness center บางแห่ง ให้คำแนะนำมั่วไปหมด เหมือนไม่รู้เรื่องอะไรเลย พลอยทำให้รำคาญกันไป หรือบางแห่งมีผู้เชี่ยวชาญ ไว้เพียงคอยเช็ดเหงื่อของคนที่เข้ามาเล่น อย่างนี้ก็ลำบาก สำหรับสาวๆ ก็ระวังหน่อย บางทีพวกผู้เชี่ยวชาญหนุ่มๆ จะเข้ามาหลี ก็ควรหลีกลี้ไปจะดีกว่า (6) สังคมใน fitness center – ผมว่านี้ก็เป็นเรื่องสำคัญในการพิจารณาเหมือนกันนะ fitness center แต่ละแห่งก็มีภาพลักษณ์ ที่แตกต่างกันไป บางแห่งก็เป็นสังคม ของคนไฮโซ บางแห่งเหมาะสำหรับคนหนุ่ม-สาว บางแห่งตั้งอยู่ในย่านการค้า ก็อาจจะเป็นกลุ่มพวกนักธุรกิจ หรือบางแห่งราคาถูกหน่อย ก็เป็นพวกประชาชนทั่วๆ ไป ในแต่ละสังคมย่อมมีความแตกต่างกัน เลือกให้เหมาะกับความเป็นตัวคุณ อีกอย่าง ต้องรู้ว่าเราไป fitness center เพื่อไปออกกำลังกาย (7) ดูว่า บางคนไปเพื่ออยากมีเพื่อน ก็ไปยืนคุย นั่งคุย ออกกำลังกายนิดๆหน่อยๆ มัวแต่คุย อย่างนี้ก็น่าเสียดายเงิน มีบริการอื่นๆ เสริม อีกไหม – fitness center หลายแห่ง ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ออกกำลังกายเท่านั้น ยังมีบริการพวก สปา พวกนวดน้ำมัน ร้านอาหาร พวกอโรมา เทอราปี แม้ดูอาจจะเป็นส่วนที่เกินความต้องการเราไปหน่อย แต่หากชอบบริการพวกนี้ ก็เป็นปัจจัยหนึ่งในการเลือก fitness center เช่นกัน ที่มา Siamfitness |
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
ผู้ติดตาม
คลังบทความของบล็อก
เกี่ยวกับฉัน
กีฬา ฟิตเนส สปอร์ตคลับ สนามฟุตบอล สนามฟุตซอล